การศัลยกรรมหน้าอก

การศัลยกรรมหน้าอก

การศัลยกรรมหน้าอก

การศัลยกรรมหน้าอก ทุกวันนี้การทำ “ศัลยกรรมหน้าอก” ดูจะเป็นเรื่องธรรมด้าธรรมดาไปซะแล้วนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะถามใครก็มีแต่คนยอมรับว่าไปทำหน้าอกกันมาเป็นแถว จนเรียกได้ว่าเป็นศัลยกรรมยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงสมัยนี้เลยก็ว่าได้ และถ้าคุณกำลังจะเป็นอีกหนึ่งคนที่วางแผนจะเก็บตังค์ไปทำศัลยกรรมหน้าอกเหมือนกับคนอื่น ๆ อยู่ละก็ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าการศึกษา ทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมก่อนนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่คุณจะได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมยังไงล่ะคะ และถ้าใครที่คิดว่าตัวเองศึกษาหาข้อมูลมาเยอะแล้ว ลองมาดูกันหน่อยสิว่า 11 เรื่องจริงที่คุณต้องเจอเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอกต่อไปนี้ คุณจะรู้กันแล้วหรือยัง ? SA GAMING

การศัลยกรรมหน้าอก
  1. ควรทำศัลยกรรมหน้าอกหลังจากที่ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว นั่นก็หมายความว่าช่วงเวลาที่สาว ๆ เหมาะจะทำศัลยกรรมหน้าอกก็คือ อายุประมาณ 20-22 ปีขึ้นไปแล้วนั่นเอง
  2. ศึกษาวัสดุและเลือกรูปทรงหน้าอกที่จะทำให้ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนใหม่หรือแก้ไขทีหลัง เพราะปัจจุบันมีวัสดุเสริมหน้าอกมากมายให้สาว ๆ ได้เลือกใส่ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป รวมไปถึงรูปทรงและราคาที่ต่างกันด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ควรจะเลือกและตัดสินใจให้ดีเสียก่อน แต่ทั้งนี้ถ้ายังเลือกไม่ถูกก็สามารถขอคำแนะนำจากศัลยแพทย์ก่อนได้ค่ะ
  3. ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกมีหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ การผ่าตัดที่ตำแหน่งรักแร้ ใต้ราวนม รอบปานนม และสะดือ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น
      - การผ่าตัดที่ตำแหน่งรักแร้ ข้อดี คือ แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่ใต้รักแร้ ไม่มีแผลตามร่างกาย คือแต่จะเจ็บประมาณ 1 อาทิตย์

      - การผ่าตัดที่ใต้ราวนม ข้อดี คือ ฟื้นตัวเร็ว บวมน้อย สามารถหยุดเลือดได้ง่าย แต่ข้อเสียคือจะมีแผลเป็นตลอดชีวิต

      - การผ่าตัดที่รอบปานนม ข้อดี คือ แผลผ่าตัดเข้าถึงเต้านมได้โดยตรง และเจ็บน้อย แต่ข้อเสียคือ มีรอยแผลที่รอบปานนม และอาจมีอาการชาที่หัวนม

      - การผ่าตัดที่สะดือ ข้อดี คือ แผลเล็ก โดยแผลจะอยู่ตรงขอบสะดือ แต่ข้อเสียคือทำได้เฉพาะคนที่เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนน้ำเกลือเท่านั้น เพราะแผลเล็กต้องพับเข้าไป หากใช้ซิลิโคนชนิดอื่น ๆ จะเข้าไม่ได้

4. สำหรับการเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก ก็เหมือนกับการเตรียมตัวผ่าตัดใหญ่ทั่วไป ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ต่ำสุดคือ 6 ชั่วโมง นอกจากนี้จะต้องหยุดรับประทานยาที่จะมีผลทำให้เลือดออกง่ายหยุดยากด้วย อย่างเช่น ยาแอสไพริน เป็นต้น และนอกจากนี้สำหรับสาว ๆ ที่ขี้กลัวการผ่าตัดก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะก่อนการผ่าตัดแพทย์จะให้ดอมยาสลบก่อน เรียกได้ว่านอนหลับตื่นขึ้นมาก็ดูม ๆ สมใจกันเลย

5. ทำแล้วเจ็บเหมือนโดนรถสิบล้อทับ ? อันนี้เรื่องจริงเลยนะคะสาว ๆ บอกเลยว่าหลังทำน่ะจะรู้สึกเจ็บมาก ๆ ซึ่งนี่ก็คืออาการที่เป็นผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดนั่นเอง เอ้า ! รู้อย่างนี้แล้วใครที่กำลังคิดจะทำ เตรียมใจกันไว้ได้เลย

6. ในวันที่จะผ่าตัดให้เตรียมเสื้อชั้นในแบบเปิดกระดุมด้านหน้าไปด้วย เพราะหลังจากผ่าตัดหรือวันที่ออกจากโรงพยาบาลคุณจะยกแขนใส่เสื้อชั้นในไม่ได้แน่ ๆ เนื่องจากจะปวดแผลบริเวณรักแร้มาก ๆ ดังนั้นอย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมเชียวล่ะ สำคัญมากนะคะสาว ๆ

7. ได้เวลาซื้อเสื้อชั้นในใหม่ ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังทำหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นก็ต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อชั้นในเป็นธรรมดา แต่ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ ที่ทำศัลยกรรมหน้าอกมาแล้วรู้ไหมคะว่าแรก ๆ นั้นไม่ควรที่จะใส่เสื้อชั้นแบบมีโครง เพราะมันจะทำให้รัดหน้าอก และเมื่อหน้าอกบวมแต่เสื้อชั้นในไม่ขยายตามก็จะกลายเป็นพังพืดเกาะเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้นหลังทำศัลยกรรมช่วงแรก ๆ จึงควรเปลี่ยนมาใส่เสื้อชั้นในแบบที่มีเนื้อผ้ายืดหยุ่นได้ดี และไม่รัดหน้าอกแน่นจนเกินไป อย่างพวก สปอร์ตบรา หรือบราสำหรับผู้ที่เสริมหน้าอก เป็นต้น

8. หลังผ่าตัดต้องนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันพังพืดเกาะนะรู้ยัง ? โดยวิธีนวดนั้น มี 4 ท่าง่าย ๆ โดยให้ทำวนไปเรื่อย ๆ ประมาณวันละ 5-10 นาที

  • เริ่มจากใช้มือทั้งสองข้างดันซิลิโคนเข้ามาตรงกลางหน้าอกให้ชิดกัน ค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายออก
  • ต่อด้วยใช้มือดันหน้าอกจากตรงกลางไปด้านข้าง เพื่อดันให้ซิลิโคนออกข้างลำตัว ทำค้างไว้อีกประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายออก
  • ใช้ฝ่ามือดันซิลิโคนขึ้นข้างบนให้ได้มากที่สุด โดยให้ดันค้างไว้ประมาณ 10 วินาที
  • สุดท้ายใช้ฝ่ามือประสานกันแล้วดันซิลิโคนลงด้านล่าง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วคลายออก จากนั้นให้วนกลับไปนวดท่าแรกใหม่อีกครั้ง ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

9. ทำใจรับรอยแผลเป็นที่จะเกิดขึ้น แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังผ่าตัดย่อมจะมีรอยแผลเป็นเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่จะมากหรือน้อย อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของศัลยแพทย์และการดูแลของตัวคุณเอง ซึ่งวิธีดูแลเบื้องต้นอาจจะใช้ครีมลดรอยแผลเป็นเข้ามาช่วยทา อาจจะทำให้แผลเป็นลดลงได้บ้าง

10. หลังจากทำศัลยกรรมหน้าอกแล้วจะต้องทำเอ็มอาร์ไอสแกนเป็นประจำ ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำก็เพื่อเป็นการตรวจสอบวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอกว่ายังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ ดังนั้นสาว ๆ คนไหนที่คิดอยากจะทำหน้าอกอย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอาไว้ด้วยนะคะ

11. ซิลิโคนเสริมอกอยู่ได้กี่ปี ทำหน้าอกแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม ? คำตอบคือได้ค่ะ เพราะจากที่เมื่อก่อนซิลิโคนเสริมหน้าอกควรเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 10 ปี เนื่องจากซิลิโคนจะเริ่มเสื่อมลง แต่ปัจจุบันซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกมีมาตรฐานมากขึ้นและมีใบการันตี สามารถมีอายุการใช้งานได้แบบไม่มีหมดอายุ ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถทิ้งไว้ได้ตลอดชีวิตเลยค่ะ

“อย่างที่บอกไปข้างต้นสิ่งสำคัญกว่าเรื่องราคาคือเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น ทุกคนจึงควรรู้ว่าสถานประกอบการที่ดี และปลอดภัยควรมีอะไรบ้าง”

1.ศัลยแพทย์

“การเลือกเสริมหน้าอกครั้งหนึ่งนั้น เรื่องแพทย์ถือเป็นเรื่องที่ควรศึกษาเป็นอันดับแรกเลย เพราะการเลือกแพทย์ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง จะรู้ได้ไงว่าแพทย์คนไหนดี ก็สามารถเช็กรายชื่อศัลยแพทย์ได้ที่ “สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย” เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราเลือกหมอที่มีคุณภาพและมีประสบการณ์ทางด้านนี้โดยตรง”

2.วิสัญญีแพทย์

“วิสัญญีแพทย์มีความสำคัญต่อการผ่าตัดมาก ๆ เพราะมีหน้าที่คือให้การระงับความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วยในระหว่างการผ่าตัด อีกทั้งวิสัญญีแพทย์ยังต้องรู้ว่าการผ่าตัดต้องใช้เวลานานเพียงใด มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด ระหว่างการผ่าตัด และหลังการผ่าตัด ซึ่งหากมีอาการผิดปกติวิสัญญีแพทย์ต้องสามารถช่วยให้คนไข้ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที”

3.สถานประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต

“สถานประกอบการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือคลินิกควรเชื่อถือได้ ไม่ใช่คลินิกเถื่อนที่ลักลอบเปิดกันเอง แบบนั้นอันตรายมาก ดังนั้นก่อนตัดสินใจศัลยกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ควรเช็กดูก่อนว่าสถานประกอบการนั้นมีใบอนุญาตการเปิดกิจการด้านนี้โดยเฉพาะหรือไม่”

4.ซิลิโคนได้รับมาตรฐาน

“สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรเช็กให้แน่ใจ ว่าดีจริงก็คือซิลิโคน หากเราเช็กมาทุกอย่างว่าที่คลินิกหรือโรงพยาบาลนี้ หมอเก่งมาก มีวิสัญญีแพทย์โดยเฉพาะ สถานประกอบการได้รับอนุญาต แต่ลืมเช็กว่าซิลิโคนได้มาตรฐานหรือไม่ ก็อาจทำให้หน้าอกพังได้ ดังนั้นก่อนเสริมหน้าอก ควรเช็กยี่ห้อซิลิโคน หีบห่อที่บรรจุซิลิโคน และใบรับประกันว่ามีเรียบร้อยหรือไม่ และสุดท้ายอย่าลืมขอใบรับประกันซิลิโคนเก็บไว้ด้วย จึงจะปลอดภัยที่สุด”

“การทำศัลยกรรมก็เปรียบเสมือนการรักษาคนไข้ ไม่ว่าจะทำศัลยกรรมอะไรความปลอดภัยและความสวยงามต้องมาควบคู่กันเสมอ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเสริมหน้าอก ควรเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐาน อาจจะมีราคาสูงไปบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อแลกกับความปลอดภัยที่คนไข้จะได้รับ ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก” คุณหมอสมบูรณ์กล่าวเพิ่มเติม

“ ซิลิโคนที่แพทย์นิยมใช้จะเป็นซิลิโคนแบบเนื้อเจล (Cohesive gel) ซิลิโคนแบบนี้บีบไม่แตก ซึ่งจะช่วยป้องกันการรั่วไหลได้ และยังมีความยืดหยุ่นสูง นี่ไม่นับซิลิโคนเถื่อนที่แอบมาขายกันในราคาถูกๆ นะครับ แบบนั้นมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือถุงซิลิโคนแตกได้มาก “

    รู้อย่างนี้แล้ว สำหรับคุณสาว ๆ ที่กำลังคิดจะทำนมก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมกันได้เลย เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี้คุณจะต้องเจออย่างแน่นอน แต่ก็อย่างว่าแหละเนอะ ได้หน้าอกคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาทั้งที เป็นใครก็ยอมทั้งนั้นแหละ

ที่มา: บาคาร่า สูตรบาคาร่า BEAUTY BLOG Travel Blog

เรียบเรียงโดย: PG SLOT, ตาแบบเราควรทำตาสองชั้นวิธีไหนดี

แนะนำเวบที่น่าสนใจ: ufabet , ufabet , SA Gaming pgslot99

Back to Top